Home » รายงานพิเศษ

จากสองมือสู่ป่าใหญ่

18 October 2009 One Comment


4

"เปรยทม" ศูนย์การศึกษาธรรมชาติของเด็กๆในศูนย์ฯ

“เราให้ชีวิตแก่ป่า  ป่าให้ชีวิตแก่เรา” คือแนวคิดที่ชุมชนแสลงพันธ์ บ้านป่ายาว  ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ใช้ในการอนุรักษ์ป่าชุมชนมาช้านานเพราะคนในชุมชนเข้าใจเชื่อมโยงวิถีชีวิตเข้ากับป่าทำให้เกิดภูมิปัญญาต่างๆตลอดจนสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับป่าชุมชนได้ง่าย   ชาวบ้านในชุมชนดังกล่าวจึงเลือกที่จะส่งลูกหลานเข้ามาเรียนรู้ใน”ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า” ซึ่งก่อตั้งมานานกว่า20 ปี  เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในห้องเรียนธรรมชาติที่เรียกว่า “เปรยทม” หมายถึงป่าใหญ่  ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่การศึกษาธรรมชาติผ่านกระบวนการทางศิลปะทุกแขนง

อาริยา  โมราษฎร์ หรือ   “ครูหน่อย”ผู้ก่อตั้งศูนย์ฯ เล่าว่า เหตุที่เลือกใช้ศิลปะเข้ามาเป็นวิชาหลักในการศึกษาธรรมชาติ ด้วยเชื่อว่าศิลปะเป็นวิชาที่ละเอียดอ่อนและสามารถประยุกต์ใช้กับการเรียนรู้ได้ทุกแขนง ที่สำคัญศิลปะนั้นทำให้ผู้เรียนได้เพลิดเพลิน ใคร่รู้ ใคร่ปฏิบัติทั้งยังสามารถสร้างสรรค์ความรู้ได้อย่างกว้างขวางไม่ต้องยึดติดในกติกาใดๆทั้งสิ้น

“เวลาเราออกค่ายเราพบว่า   เด็กๆแต่งคำประพันธ์แบบง่ายๆได้ดี   เล่นละครอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เกร็ง วาดรูปได้ตามความรู้สึกสิ่งเหล่านี้เป็นความรัก ความชอบของเด็กๆที่แสดงออกจากความรู้สึกภายในของเขาจริงๆ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อโตขึ้นเขาจะสามารถควบคุมตัวเองได้ แม้ในสภาวะแวดล้อมที่กดดัน”ครูหน่อยเล่าถึงความสำคัญของการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ทางศิลปะ2

ช่วงปิดภาคเรียนของทุกปี  ทางศูนย์ฯจะจัด “ค่ายเด็กรักป่า”  เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมแก่เด็กจากโรงเรียนต่างๆที่สนใจทั้งในจังหวัดสุรินทร์ และต่างจังหวัดโดยระดมทุนจาก  โรงเรียนที่เข้าร่วมและอาศัยความร่วมมือจากปราชญ์ชาวบ้านมาเป็นวิทยากรในการนำชาว ค่ายเข้าศึกษาเส้นทางธรรมชาติใน “เปรยทม” ซึ่ง      ทางศูนย์ฯ ได้ผสานภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ากับการ  ศึกษาธรรมชาติ อาทิการ ศึกษานาธรรมชาติ  เพื่อ   เรียนรู้แนวโน้มการใช้สารเคมีในนาข้าวนำไปสู่การคิดหาทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นหลังการใช้หลังจากการใช้สารเคมี เตาเผาถ่านชาวค่ายจะได้ศึกษาภูมิปัญญาการผลิตเชื้อเพลิงธรรมชาติจากจุดนี้   ต้นประดู่ ตรงนี้เปิดโอกาสให้ชาวค่ายได้รู้จักที่มาของสีย้อมผ้าจากธรรมชาติอย่างต้นประดู

นอกจากนี้มีการศึกษาถึงความหลากหลายทางชีวภาพใน “เปรยทม” เช่นกิจกรรมส่องนก การศึกษาจอมปลวกชาวบ้านเชื่อกันว่าเปรยทมเป็นเมืองของจอมปลวกโดยเฉพาะเพราะมีปลวกหลาก  ชนิดที่อาศัยอยู่ชาวบ้านกล่าวขานกันว่าปลวกเป็น “เทศบาลในเมืองใหญ่เป็นทั้งนักย่อยและนักสร้างที่ฉลาด” ซึ่งชาวค่ายจะได้ศึกษาปลวกที่ต่างกันไปตามสายพันธุ์รวมทั้งเชื่อมโยงความสำคัญของปลวกที่มีต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เช่น เห็ด รา

ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักการเรียนรู้ตามแบบฉบับของศูนย์ฯซึ่งเน้น “การอนุรักษ์แบบใช้ประโยชน์ได้เก็บได้แต่ต้อง ดูแลเป็นด้วย”   ผู้ที่ผ่านเข้าค่ายจะเข้าใจถึงแนวคิด ดังกล่าวได้ดี

5

จิ๊ หรือ แสงสุนีย์ ภูสูง เด็กสาววัย 17 ปี เล่าถึงความประทับใจจากการศึกษาธรรมชาติ     ว่าศูนย์ฯ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้หลายด้าน จากที่ “จิ๊”ไม่เคยคิดจะออกไปทำนา   ไม่ชอบป่า ครั้นพอผ่านการเรียนรู้จากค่ายเด็กรักป่าประมาณ 2 ปีก็ได้เข้าใจถึงกระบวนการทำนา รวมทั้งรู้สึกรัก ผูกพันธ์กับป่าชุมชนมากขึ้นเพราะผู้รู้ในหมู่บ้านสอนให้   “จิ๊” และเพื่อนร่วมค่ายได้รู้ว่าป่า  คือ    ที่พึ่งของชุมชน และครั้นพอมีประสบการณ์  “จิ๊”  และเพื่อนก็ผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้รุ่นน้อง  เช่น     สปอตวิทยุรณรงค์การปลูกป่า             ละครเกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้าน

“การใช้ชีวิตอยู่กับป่ามันก็เพลินนะค่ะกิจกรรมทุกอย่าง ที่ได้ฝึกทำให้เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้นค่ะ และตอนนี้หนูรับรู้ได้ว่า   ถ้าขาดป่าเราก็เหมือน ขาดครู ขาดที่พักขาดห้องครัว” จิ๊เล่าด้วยความรักและภูมิใจในป่าใหญ่ของชุมชน

ขณะที่“บั๊ม”หรือ“ธัญญาพร วรรณทอง”    หนึ่งในสมาชิกศูนย์ฯวั่ย 13 ปี มองว่าการเรียนรู้ ป่าชุมชนเป็นดั่งการเรียนพิเศษที่คุ้มค่าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย“บั๊ม”มีพ่อทำงานในเมืองสุรินทร์ก่อนจะเข้ามาเป็นสมาชิกศูนย์ฯถ้าไม่มีเรียนพิเศษ“บั๊ม”มักตามพ่อไปในเมืองเพื่อดูหนังแต่เมื่ออายุได้ 10 ขวบรุ่นพี่ชวนเข้า“ค่ายเด็กรักป่า” ช่วงปิดภาคเรียน กิจกรรมดูนก วาดภาพธรรมชาติ    ทำให้เด็กหญิงประทับใจมากจนปัจจุบันกลายเป็นนักวาดภาพฝีมือดีในโรงเรียน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์“บั๊ม” จะปั่นจักรยานจากบ้านไปที่ศูนย์ฯเพื่อวาดรูปไปประดับบ้านและโรงเรียน

“หนูรักที่นี่เหมือนบ้านค่ะอยากให้มีค่ายบ่อยๆจะได้มาวาดรูปกับเพื่อนๆส่วนใหญ่เราจะวาดดอกไม้กันค่ะเพราะชอบสีสันของมันกิจกรรมเดินป่าก็สนุกดีทำให้เราได้รู้จักกับต้นไม้ดอกไม้ หลายชนิดแต่หนูชอบดอกลำดวนมากที่สุดเลยค่ะ เพราะมันหอมดีแล้วก็เลือกวาดภาพดอกลำดวนบ่อยที่สุด”เด็กหญิงวัย13 ปี เล่าอย่างอารมณ์ดี

นอกจากการเรียนรู้ผ่านค่ายเด็กรักป่าโครงการ  ค่ายวันเกิดเพื่อเด็กรักป่า ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ปราถนาฉลองวันเกิดด้วยการมอบงบประมาณจัดค่ายดังกล่าวขึ้นในลักษณะเดียวกับค่ายเด็กรักป่าแต่เจ้าของวันเกิดสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมเพิ่มเติมได้และปิดท้ายกิจกรรมทั้งหมดด้วยการปลูกป่า

พี่จีรนา  ณรงค์ ผู้วิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์เรื่องคนกับป่าชุมชนชน    มหาวิทยาลัยราชภัฎ-บุรีรัมย์กล่าวว่า  การอยู่ร่วมกันของชาวชุมชนแสลงพันธ์เป็นกลุ่มอนุรักษ์ป่าในลักษณะการสร้างป่า อนุรักษ์และหวงแหนป่าเพราะเชื่อว่าป่าให้ทั้งความอุดมสมบูรณ์เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างภูมิปัญญา  วัฒนธรรม   ความเชื่อโดยการพึ่งพิงป่าในลักษณะของการหาอาหารป่า3

ภูมิปัญญาทำให้รู้ว่าป่าสร้างวัฒนธรรมความศรัทธา เช่นบูชาต้นไม้เพราะเชื่อว่ามีเทพอารักษ์อาศัยอยู่จะช่วยสร้างความยำเกรงแก่ป่าได้เพราะใครทำผิดกับป่าเทพาอารักษ์จะโกรธทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลความเชื่อนี้สามารถถ่ายทอดไปยังคนรุ่นหลังให้ผูกพันและอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน

“เด็กคือจุดเริ่มต้นทางอุดมการณ์และสรรค์สร้างจินตนาการได้เป็นอย่างดีอีกทั้งซึมซับความรักความหวงแหนป่าเข้าไปในชีวิตชีวิตและจิตใจจะบริสุทธิ์” จีรนากล่าวถึงคุณค่าของการอนุรักษ์ป่าในแบบวิถีชุมชน

ศูนย์ฯศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า ยึด”เปรยทม”   เป็นตัวแทนของป่าที่มอบประโยชน์ให้กับทุกชีวิตในชุมชนแสลงพันธ์รวมทั้งผู้มาเยือนจากต่างถิ่นประกอบกับ กระบวนการเรียนรู้โดยผสาน ภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ากับธรรมชาติเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างคน สร้างกลุ่ม  ให้เกิดความหวงแหนป่าไม้มากขึ้น ถ้าประเทศไทยมีชุมชนเล็กๆที่พร้อมใจกันอนุรักษ์ป่าไม้ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามปัญหาการทำลายป่าคงจะลดลงและคงไม่ไกลเกินความ หวังของสังคมระดับประเทศ ที่ต้องการมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ เพียงแค่วันนี้เริ่มมองจากสิ่งที่ใกล้ตัวเสียก่อน

1

เพราะถ้าเพียงกล้าที่จะเริ่มต้นทำ ก็จะเกิดเป็นแรงกระตุ้นให้สังคมรีบเร่งอนุรักษ์ป่า     ที่เหลือน้อยเต็มทีนี้อย่างยั่งยืนต่อไป


จารยา บุญมาก

วิรัตน์ ภูดวงศรี

One Comment »

  • oui (author) said:

    วะว้าวว ป่าใหญ่ :mrgreen:

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.

:wink: :-| :-x :twisted: :) 8-O :( :roll: :-P :oops: :-o :mrgreen: :lol: :idea: :-D :evil: :cry: 8) :arrow: :-? :?: :!: