จนท.จนปัญญาคุมไหล่ทางท่าขอนยาง ยันสมยอมผลปย. คุมเงินมืดได้ยาก

ร้านค้าบุกรุกพื้นที่ไหล่ทางสาธารณะ
ร้านค้าไหล่ทางท่าขอนยางรุกคืบ พ.ท.หนัก เทศบาลเร่งแปรพื้นที่เป็นที่ผ่อนผัน แง้มเงินมืดเช่าไหล่ทางค้าขายอยู่นอกการควบคุม จากกรณีที่เทศบาลตำบลท่าขอนยางได้มีการขยายช่วงไหล่ถนนในปีพ.ศ. 2549 เพื่อปรับภูมิทัศน์ในช่วงถนนตั้งแต่เขตป้อมตำรวจสามแยก จนถึงมหาวิทยาลัยมหาสารคามช่วงม.ใหม่ให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น
ความคืบหน้าเรื่องนี้ นายทนงศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เทศบาลตำบลท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคามกล่าวว่า เดิมทางเทศบาลมีโครงการขยายไหล่ถนนช่วงม.ใหม่ถึงท่าขอนยาง เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านและนิสิตมหาสารคามในพื้นที่ใช้สัญจรเป็นเส้นทางหลัก แต่เมื่อโครงการแล้วเสร็จ กลับมีชาวบ้านเข้ามาจับจองพื้นที่ไหล่ถนนทำการค้า รวมถึงร้านค้าในอาคารพาณิชย์บางแห่ง ขยายพื้นที่ล้ำเข้ามาในบริเวณไหล่ทาง มีการตั้งป้ายร้านแบบถาวรและเปิดพื้นที่ไหล่ทางหน้าร้านให้เช่า ขัดต่อกฎหมายและเป็นการบุกรุก เนื่องจากพื้นที่ไหล่ทางดังกล่าว เป็นพื้นที่สาธารณะที่ไม่สามารถให้ผู้ใดนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งทางเทศบาลเคยไล่ร้านค้าที่บุกรุกเข้ามาแต่ไม่นานก็กลับมาค้าขายอีก
นายทนงศักดิ์กล่าวต่อว่า ไหล่ทางดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลท่าขอนยาง ที่รับมาจากแขวงการทางกระทรวงคมนาคม ซึ่งทางเทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทางเทศบาลไม่ต้องการให้ใครมาใช้ประโยชน์บนพื้นที่ดังกล่าว แต่เนื่องจากร้านค้าที่มาจับจองมีจำนวนมาก จึงต้องใช้วิธีที่ละมุนละม่อมในการจัดการ และมีการกำหนดแผนนโยบายที่ชัดเจน ซึ่งเบื้องต้นทางเทศบาลเปิดให้ร้านค้าบริเวณไหล่ทางลงทะเบียนและมีนโยบายเปิดพื้นที่บริเวณไหล่ทางให้เป็นพื้นที่ผ่อนผัน สามารถทำการค้าขายได้“ทางเทศบาลเราไม่มีนโยบายเพิ่มร้านค้าบนไหล่ทาง แต่เมื่อมีร้านค้าจำนวนมากตั้งบนไหล่ถนน และชาวบ้านใช้พื้นที่เป็นที่ค้าขาย จึงน่าจะเป็นประโยชน์หากเราเปิดให้เป็นพื้นที่ผ่อนผัน สามารถค้าขายในช่วงวันและเวลาที่เรากำหนด โดยทางเทศบาลจะออกใบอนุญาตให้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ น่าจะมีการบังคับใช้ได้ในเดือนหน้า” นายทะนงศักดิ์กล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าคนเดิมย้ำว่า ถึงแม้ว่าทางเทศบาลจะเปิดพื้นที่สาธารณะให้กับชาวบ้านค้าขาย แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบที่ทางที่เทศบาลกำหนดไว้ เช่นการไม่ติดตั้งร้านค้าแบบถาวร หรือป้ายร้านแบบถาวรบนไหล่ทาง รวมถึงการกำหนดวันหยุดการค้าบนไหล่ถนน 1 วันในทุกสัปดาห์ เพื่อคืนพื้นที่ให้แก่สาธารณะ “เบื้องต้นคาดว่าจะให้ร้านค้าบนไหล่ถนนปิดวันศุกร์ 24 ชม. เพื่อให้เทศบาลทำความสะอาดไหล่ทาง หลายๆครั้งเราจะเห็นว่าไหล่ถนนมีหญ้า มีขยะ ส่วนหนึ่งเพราะเทศบาลทำความสะอาดไม่ได้ เพราะร้านพวกนี้ตั้งร้านอยู่ตลอด ซึ่งในอนาคตหากมีบังคับใช้กฎหมายในข้อนี้ น่าจะทำให้ไหล่ทางและถนนมีระเบียบมากยิ่งขึ้น ส่วนข้อกำหนดดังกล่าว ร้านค้าที่ตั้งบนไหล่ทางต้องปฏิบัติตาม เนื่องจากทางเทศบาลได้ผ่อนปรนให้เป็นพื้นที่ผ่อนผัน เพราะการค้าขายบนพื้นที่สาธารณะนั้นไม่ถูกกฎหมายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” นายทนงศักดิ์กล่าว
เจ้าหน้าที่คนเดิมเผยต่อไปว่า หากนโยบายการดังกล่าวผ่านมติและมีผลบังคับใช้ ร้านค้าบริเวณไหล่ทางจะสามารถทำการค้าได้โดยถูกกฎหมาย แต่การตั้งร้านค้าบนไหล่ทางนั้น จะเป็นการบดบังพื้นที่ด้านหลัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ ในการลงทะเบียนจึงต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของที่ จึงทำให้เกิดการเช่าพื้นที่บนไหล่ถนน เป็นการกำหนดราคากันเองระหว่างเจ้าของที่และร้านที่จะเข้ามาเปิดบนไหล่ทาง ซึ่งเทศบาลมิสามารถควบคุมได้ เพราะเป็นการตกลงโดยสมยอมระหว่างร้านค้าทั้งสองร้าน
นางสาวแววตา มังสาลี เจ้าของร้านชานมไข่มุกปั่นซึ่งตั้งร้านค้าบริเวณไหล่ทางกล่าวว่า ตนขายชานมไข่มุกมาได้ 5 เดือน และจ่ายให้กับเจ้าของที่ไหล่ทางข้างหลัง โดยเสียให้เดือนละ 800 บาท ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ หากทางเทศบาลจะมีการเก็บเงินเพิ่มและให้หยุดทุกวันศุกร์อาจได้รับกระทบ แต่ไม่สามารถเรียกร้องได้ เพราะทราบว่าตั้งร้านในพื้นที่ๆไม่อนุญาตให้ขาย
นางเอ (นามสมมุติ) เจ้าของร้านค้าแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ตนได้เปิดร้านบนไหล่ทางเสียเงินค่าเช่าให้แก่เจ้าของที่หลังร้านเดือนละ 2,000 บาท ซึ่งตนทราบดีว่าการค้าขายบนไหล่ทางไม่ถูกกฎหมาย และการเรียกเก็บเงินจากเจ้าของพื้นที่ด้านหลังนั้นเป็นการเรียกเก็บที่ไม่ถูกต้อง แต่ด้วยความที่ตนต้องการพื้นที่ค้าขายจึงจำเป็นต้องจ่าย ซึ่งราคาค่าเช่าแล้วแต่ตกลงกับเจ้าของที่ด้านหลัง ราคามักแบ่งตามแต่ละพื้นที่ หากอยู่ในพื้นที่ๆมีหอพักตั้งอยู่มาก และมีนิสิตจำนวนมากราคาก็จะแพงตาม ส่วนนโยบายการลงทะเบียนและการเก็บเงินปีละ 500 บาทนั้นไม่ส่งผลกระทบมาก แต่การให้หยุดทุกวันศุกร์อาจมีผลกระทบต่อรายได้บ้างเล็กน้อย
อาจารย์วิศิษย์ เจนนานนท์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้ให้ความเห็นว่า ทางที่เป็นสาธารณะของแผ่นดิน เป็นสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยมีรัฐเป็นผู้ดูแล ดังนั้นการเรียกเก็บเงินโดยไม่มีกฎหมายมารองรับนั้นเป็นการเรียกเก็บที่ไม่ถูกต้อง และเจ้าของพื้นที่ด้านหลังร้านค้าบนไหล่ทางก็ไม่มีอำนาจในการเรียกเก็บเงินเช่นกัน ซึ่งหากร้านค้าทั้งสองร้านเกิดการฟ้องร้องจะไม่มีผลตามกฎหมาย เนื่องจากพื้นที่สาธารณะไม่มีสิทธิเอาไปให้เช่าและการเช่าไม่มีผลตามกฎหมาย ผู้ให้เช่าไปฟ้องตามสัญญาเช่ามิได้ และแม้จะฟ้องขับไล่ก็มิได้เนื่องจากไม่มีอำนาจฟ้อง ไปตกลงแบ่งครอบครองพื้นที่ก็มิได้
นางสาวเมษริณญ์ญา กุลเดชปริยวิศว์ นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามชั้นปี 4 กล่าวว่า ปกติตนใช้เส้นทางเท้าและสัญจรบริเวณไหล่ถนนบ่อยๆ เมื่อร้านค้าตั้งร้านบริเวณทางเท้าและไหล่ทาง ทำให้ตนต้องออกไปเดินริมถนนเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากรถที่สัญจรไปมา แทนที่ตนจะปลอดภัยด้วยทางเท้าที่เทศบาลจัดไว้ให้
เรื่อง : นภสร ไชยคำภา
เรื่อง/ภาพ : มณีนุช เสียงหวาน









ข่าวนี้เป็นข่าวพาดหัวนะคะหนูนิว >,,<
ไม่รู้ว่าขายของข้างทางจะขายดีรึเปล่าครับ
Leave your response!
Tag
โต๊ะข่าว
Blogroll
Archives
Login
Who's Online
Subscribe